ติดตามข่าวน้ำท่วม

วันเสาร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2553

ทำอย่างไร ผู้รับบุญถึงจะได้รับบุญ แบบเต็มเต็ม

ผมไปพบวีธีการอุทิศบุญกุศล มาจากเว็บไซด์หนึ่ง คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับชาวพุทธอย่างเรา เพื่อที่จะได้อธิษฐานบุญ ส่งบุญให้กับบรรพบุรุษของเราได้อย่างถูกต้อง และได้รับบุญแบบเต็มเต็ม
บุญกุศลที่ได้จากการเผยแพร่เอกสารธรรมในครั้งนี้ จงเกิดแด่ พระอาจารย์เกษม และเจ้าของเว็บไซด์ที่ผมไปพบเทอญ

สรุปจากเอกสาร โดยพระอาจารย์เกษม อาจิณณสีโล วัดป่าสามแยก อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์

ที่มาแห่งบุญ 3 ประการ
1) บุญเกิดจากการให้ทาน
2) บุญเกิดจากการรักษาศีล
3) บุญเกิดจากการภาวนาอบรมจิตใจ

บุญเกิดจากการให้ทาน

การอุทิศหรือโอนบุญ ไม่ต้องพูด ให้ใช้เพียงการคิดและต้องคิดทันทีขณะของหลุดจากมือ อย่าไปรอแผ่บุญตอนพระสวด “ ยถาสัพพี” กล่าวคือ เมื่อใส่บาตร ถวายของให้สงฆ์ หรือให้ของแก่ใครก็ตาม เราก็คิดแผ่บุญทันที โดยคิดว่า "บุญนี้จงเป็นของ หรือ บุญนี้ให้แก่ ... (ต้องการอุทิศบุญให้ใครก็คิดเอาได้เลย)”
เช่น อุทิศบุญให้แก่ -เทวดาที่รักษาข้าฯ ญาติ นายเวร-เชื้อโรคของ ข้าฯ/ลูกข้าฯ /... -เปรต ผี ปีศาจ เทวดา ยักษ์ นาค ครุฑ คนธรรพ์ กุมภัณฑ์ มาร พรหม กินรา เงือก รากสษ ที่อยู่ในสถานที่ ... -เทวดาที่รักษา ..(ลูก/สถานที่/บ้าน/กิจการเงินงานของข้าฯ)...-เจ้ากรรมนายเวรที่เดินทางมาถึง และที่กำลังก่อกวนอยู่ตามร่างกายของ ข้าฯ/ลูกข้าฯ/
... คิดอุทิศให้ใครก็สามารถดัดแปลงได้ตามสถานการณ์ ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการแก้ปัญหากลัดกลุ้มในเรื่องใด

บุญเกิดจากการรักษาศีล

“บุญที่ข้าพเจ้าได้รักษาศีลนี้ ขอมอบให้แก่ ... (อุทิศบุญให้ใครก็ให้คิดเอาได้เลย)”

บุญเกิดจากการภาวนา

ก่อนภาวนา
“ขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จงบันดาลบุญที่เกิดขึ้น ในขณะที่ข้าฯ ภาวนาคราวนี้ แปรสภาพเป็นสิ่งต่างๆ (เช่น ปัจจัยสี่ ฯลฯ) ตามแต่อมนุษย์แต่ละดวงใจ (เช่น ตามแต่เทวดา เปรต ผี ปีศาจ นายเวรของข้าฯ)ที่มาเกี่ยวข้องกับลูกอยู่ในเวลานี้ท่านต้องการ แล้วขอให้บุญที่แปรสภาพแล้วนั้นเป็นของอมนุษย์แต่ละดวงใจเหล่านั้น ตามที่ท่านปรารถนานั้นเทอญ”

หลังภาวนา ก็อุทิศบุญนี้อีกครั้ง
“ขอบุญที่เกิดจากการภาวนา จงถึงแก่ ... (อุทิศบุญให้ใครก็ให้คิดเอาได้เลย)”

การเบิกบุญ

เป็นการส่งบุญเก่าที่เคยทำไว้ทั้งในอดีตชาติหรือในชาตินี้ ให้ตั้งจิตอธิษฐานว่า
“ขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จงบันดาลบุญข้าฯ ให้ถึงแก่ ... (อุทิศบุญให้ใครก็คิดเอาได้เลย)”

วิธีการอนุโมทนาบุญ

คือร่วมยินดีในขณะที่เห็นผู้อื่นทำความดี บุญจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อเราร่วมยินดี โดยให้คิดว่า
“สาธุบุญนี้ให้ ... (อุทิศบุญให้ใครก็คิดเอาได้เลย)”

การสวดมนต์

หลีกเลี่ยงการสวดมนต์เพื่อขับไล่วิญญาณ โดยอาจปฏิบัติตามนี้
กราบ พุทโธ คิดอุทิศว่า “บุญนี้ให้แก่ ... (อุทิศบุญให้ใครก็ให้คิดเอาได้เลย)”กราบ
ธัมโม คิดอุทิศว่า “บุญนี้ให้แก่ ... (อุทิศบุญให้ใครก็ให้คิดเอาได้เลย)”กราบ
สังโฆ คิดอุทิศว่า “บุญนี้ให้แก่ ... (อุทิศบุญให้ใครก็ให้คิดเอาได้เลย)”หลังจากกราบเสร็จ
ก็ให้คิดอธิษฐานเบิกบุญ
“ขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จงบันดาลบุญข้าฯ ให้ถึงแก่ ... (อุทิศบุญให้ใครก็ให้คิดเอาได้เลย)” จนกว่านอนหลับจึงหยุด แต่หากต้องการสวดมนต์ให้ได้ก่อนสวดมนต์
“ภูตผีปีศาจชั้นต่ำทั้งหลาย บัดนี้ข้าฯจะสวดมนต์ ใครชอบฟังเอาบุญเอากุศลก็ขอให้ตั้งใจฟัง หากใครไม่ชอบหรือฟังแล้วทรมานก็ให้หลีกหนีไปที่อื่นก่อน จนกว่าข้าฯ จะสวดมนต์เสร็จแล้วจึงกลับมาเถิด”
เมื่อสวดมนต์เสร็จก็สามารถอุทิศบุญหรือโอนบุญได้อีก

การสร้างความดีทุกประการล้วนเป็นแหล่งของการเกิดผลบุญกุศลทั้งสิ้น สามารถนำไปอุทิศหรือโอนบุญได้ทันที

วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

เทพเจ้ามงคล “ฮก ลก ซิ่ว”


ฮก แปลว่า โชคลาภ ถ้าตีความให้ลึก แปลว่า ความสุข คือสุขที่เกิดจากการได้สมหวังดังใจ

ลักษณะ : ชายโหงวเฮ้งดี ดูดีมีราศี แต่งกายภูมิฐาน

มือขวา : ประคองคฑา ยอดทำด้วยหยก เรียก "ยู่อี่" หรือ "เง็กยู่อี่" (หยกสมปรารถนา) หรือคฑากายสิทธิ์ ถือเป็นของวิเศษ ใครอธิษฐานสิ่งใดก็ให้สมปรารถนาหรือได้โชคลาภตามคำขอ


ลก แปลว่า รวยหรือความมั่งคั่ง

ลักษณะ : อัครอภิมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่ง ร่ำรวยล้นฟ้า

มือขวา : ถือบัญชีทรัพย์สินและรายชื่อลูกหนี้ม้วนใหญ่ เพราะมีลูกหนี้มากมายจำได้ไม่หมด ต้องจดใส่สมุดไว้ และด้านขวามีลูกสาวตัวน้อยเกาะขาอยู่ในอ้อมแขนของลูกสาวมีเครื่องประดับ ดอกไม้ ขนมนมเนยแสดงถึงความมีกินมีใช้

มือซ้าย : อุ้มลูกชาย ในมือของลูกชายถือเงินทอง แสดงถึงความร่ำรวย ตุ๊กตาลกที่สมบูรณ์จะต้องมีลูกชาย เพราะคนจีนถือมากเรื่องการสืบต่อวงศ์ตระกูล ถ้ารวยอย่างเดียวโดยไม่มีลูกชายสืบสกุล ก็ไร้ประโยชน์


ซิ่ว แปลว่า อายุยืน

ลักษณะ : ตาแป๊ะแก่ชรา ผม คิ้ว หนวด เครายาวสีขาวเหมือนสำลี ติ่งหูใหญ่ยาวถึงบ่า แสดงโหงวเฮ้งของผู้มีอายุยืน หน้าผากนูนโหนกผิดปกติ เพราะมี "ฮกขี่" (บุญวาสนา) มากจนล้นและปูดออกมาทางหน้าผาก ตุ๊กตาซิ่วนั้นบุญวาสนาสูงนักจึงมีอายุยืนยาว และได้เป็นเซียนในภายหลังด้วย

มือขวา : ถือไม้เท้าหัวมังกรสัตว์ในเทพนิยายที่มีอายุยืนถึงหมื่นปี ที่คอไม้เท้า ห้อยน้ำเต้าที่บรรจุยาอายุวัฒนะไว้ภายใน เหนือน้ำเต้ามี "เซียนจือ" (ตำรายาเทวดา หรือยาอายุวัฒนะ) ผูกติดอยู่ ข้างกายมีสัตว์เลี้ยง "เซียนเฮาะ" (นกกะเรียนเทวดาอายุพันปี) ที่ในปากคาบ"เซียนเฉ้า" ซึ่งเป็น หญ้าเทพยดามีขึ้นเฉพาะบนสวรรค์ เมื่อนำไปต้มน้ำกินจะทำให้ปราศจากโรคภัยและมีอายุยืนยาวอีกด้วย

มือซ้าย : ถือผลท้อ ซึ่งเป็นผลไม้สวรรค์หากใครได้ทานจะมีอายุยืนยาว ตุ๊กตา ฮก ลก และ ซิ่ว มีฮกเป็นหัวหน้า ส่วนลกและซิ่วเป็นบริวาร เพราะถือว่าต้องมีลกกับมีซิ่วจึงจะมีฮก นั่นคือต้องมีอายุมั่นขวัญยืนและมั่งมี จึงจะศรีสุขได้ การตั้งที่ถูกหลักจะต้องตั้งฮกไว้กลาง


การตั้งเทพ ฮก ลก ซิ่ว ควรตั้งไว้ในตำแหน่งเทพทั้ง 3 หันหน้าเข้าหาโต๊ะรับแขก และควรเป็นจุดที่มีแสงส่ว่างพอสมควร ไม่อยู่ในมุมอับทึบเกินไป ไม่ตั้งเทพทั้ง 3 หันหน้าออกทางหน้าต่าง หรือประตู

วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ลดหย่อนภาษีปี 2551

มาดูกันครับว่า ในปี 2551 นี้ ท่านจะสามารถ ลดหย่อนภาษีในเรื่องใด ได้มากน้อยเท่าไหร่
บุคคลธรรมดา
1. ยกเว้นภาษีฯ สำหรับเงินได้สุทธิ หลักหักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อน 150,000 บาท
2. ยกเว้นและลดหย่อนภาษีฯ สำหรับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ในอัตราไม่เกิน 15% ของเงินได้ ไม่เกิน 500,000 บาท
3. ยกเว้นภาษีฯ สำหรับเงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ไม่เกิน 500,000 บาท
4. ยกเว้นภาษีฯ สำหรับเงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน ไม่เกิน 500,000 บาท
5. ยกเว้นภาษีฯ สำหรับค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ในอัตราไม่เกิน 15% ของเงินได้ ทั้งนี้ ต้องนำ RMF ไปรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือกองทุนสงเคราะห์ เพื่อเป็นจำนวนที่ได้รับยกเว้นภาษีฯ ไม่เกิน 500,000 บาท
6. ยกเว้นภาษีฯ สำหรับค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ในอัตราไม่เกิน 15% ของเงินได้ ไม่เกิน 500,000 บาท
7. ยกเว้นและลดหย่อนภาษีฯ สำหรับค่าเบี้ยประกันชีวิต ไม่เกิน 100,000 บาท
8. ลดหย่อนภาษีฯ สำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูคู่สมรส บิดา มารดา บุตรชอบด้วยกฎหมาย หรือบุตรบุญธรรม ของผู้มีเงินได้หรือคู่สมรส ซึ่งเป็นคนพิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้เฉพาะที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ 30,000 บาทต่อคน

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมสรรพากร

วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ชิจิ ฟุกุยิน 7 เทพเจ้า “Shichi Fukujin”


"เอบิซุ" เทพแห่งชาวประมงและการค้าขาย มักพบเห็นท่านถือปลาและเบ็ดตกปลาเสมอ เป็นเทพเจ้าองค์เดียวในหมู่เทพทั้ง 7 ที่มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่น เดิมเทพองค์นี้มีชื่อว่า ฮิรุโกะ ซึ่งแปลว่า บุตรแห่งสายน้ำ ตามร้านอาหารทะเลก็มักนำรูปปั้นเอบิซุมาประดับด้วย


"ไดโกกุ" เทพแห่งความมั่งคั่ง การเพาะปลูก และเทพคุ้มครองข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน โดยเฉพาะในห้องครัว เป็นเทพที่มีต้นกำเนิดตามความเชื่อของลัทธิเต๋า หรือตามตำนานอินเดีย คือ พระศิวะ มักเห็นท่านถือค้อนเงินและถือถุงข้าวสาร พร้อมใบหน้าอันยิ้มแย้มแจ่มใส ในบางครั้งจะพบหนูตัวเล็กๆ อยู่ข้างๆ ท่านด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ ตามร้านขายของมักนำท่านมาประดับเพื่อเป็นสิริมงคล


"บิชามอน" เทพแห่งอัศวินและเหล่านักรบ ตามตำนานญี่ปุ่นท่านเป็น 1 ในอสูรปกครองศักดิ์สิทธิทั้ง 4 ฉายา เต่าดำแห่งทิศเหนือ หรือตามตำนานอินเดียท่านอยู่ในนามของ ท้าวกุเวร เทพดาประจำทิศเหนือ และตามตำนานอื่นๆ ในเอเชียด้วยชื่อต่างๆ ซึ่งล้วนแต่แปลว่า ผู้ฟังมาก (เชื่อกันว่าท่านเป็นเทพที่คอยปกป้องพระพุทธเจ้าขณะที่พระองค์แสดงพระธรรม ที่เขาพระสุเมรุ) ตามตำนานญี่ปุ่นบิชามอนเท็นเป็นเทพแห่งสงครามผู้ขับไล่ปีศาจต่างๆ ที่เป็นอัปมงคล และรวมถึงปกป้องทรัพย์สินในบ้านจากภัยอันตรายต่างๆ โดยมือข้างหนึ่งจะถือหอกเป็นอาวุธ ส่วนอีกข้างหนึ่งถือเจดีย์อันเล็กๆ


"เบ็นเท็น" เทพเจ้าองค์เดียวที่เป็นผู้หญิง เป็นเทพแห่งศิลปะและความงาม มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย คือ ท้าวลักษมี มักพบท่านในลักษณะของนางฟ้าที่กำลังเล่นเครื่องดนตรีเครื่องสายของญี่ปุ่น

"ฟุกุโรกุยู" เทพแห่งความสุข ความมั่งคั่ง และอายุยืน เป็นเทพอาวุโสมีเครายาว หน้าผากสูง มีสมุดที่บันทึกอายุขัยของมนุษย์บนโลก มักพบท่านพร้อมกับนกกระเรียน เต่า รวมถึงกวางดำ ซึ่งมีความเชื่อว่ากวางที่อายุ 2,000 ปี จะเปลี่ยนสีเป็นสีดำ ซึ่งล้วนเป็นสัญลักษณ์แห่งอายุที่ยืนนานทั้งสิ้น


"โฮเท" เทพเจ้าที่ร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ เป็นเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์และสุขภาพ รูปลักษณ์ของท่านเหมือนพระสังกัจจายน์ด้วย หรือที่รู้จักกันตามตำนานอื่นๆ บางครั้งกล่าวว่าท่านเป็น พระศรีอารยะ หรือ พระพุทธเจ้าองค์ต่อไป นอกจากนั้นท่านยังมีรูปลักษณ์ที่เป็นมิตรและร่าเริง จึงเป็นที่รู้จักกันอีกนามหนึ่งคือ พระหัวเราะ รูปปั้นของท่านถูกตั้งตามร้านอาหาร โรงแรม และเป็นเครื่องรางแพร่หลายไปทั่วเอเชีย


"จูโรยิน" เทพแห่งอายุยืน มักถูกจำสับสนกับ ฟุกุโรกุยู ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกัน เป็นเทพอาวุโสถือไม้เท้าและพัด พร้อมด้วยกวางดำเดินตามข้างหลัง

"มาเนะกิ เนะโกะ" แมวนำโชค

ตำนานของมาเนะกิ เนะโกะ มีหลายเรื่อง เรื่องที่ขึ้นชื่อ คือ เรื่องที่เล่ากันว่าเกิดขึ้นในยุคเอโดะ มีหญิงชราคนหนึ่ง ยากจนมาก แต่นางมีแมวเลี้ยงอยู่ตัวหนึ่งและรักแมวมาก มีกินก็กินร่วมกับแมว อดก็อดพร้อมกับแมว จนในที่สุดก็ไม่สามารถเลี้ยงไหว จึงนำไปปล่อย คืนนั้นเอง นางก็นอนเสียใจร้องไห้ทั้งคืน กระทั่งฝันว่าแมว มาบอกกับนางว่า ให้ปั้นรูปแมวจากดินเหนียวแล้วนางจะโชคดี เช้าวันรุ่งขึ้น หญิงชราจึงตื่นขึ้นมาปั้นแมวจากดินเหนียว ไม่ทันไรก็มีคนแปลกหน้าเดินผ่านหน้าบ้านขอซื้อตุ๊กตาแมวตัวนั้นจากนางไป
จากนั้นนางก็เพียรปั้นแมวขึ้นมาอีกตัวแล้วตัวเล่า ตุ๊กตาแมวจากการปั้นของนางก็ถูกคนมาขอซื้อไปตลอดเวลา นางจึงเริ่มมีเงินทองจากการขายตุ๊กตาแมว และสามารถนำแมวเลี้ยงสุดที่รักของนางกลับมาเลี้ยงได้อีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่นั้นมา ก็เลยเป็นที่ร่ำลือว่า แมวเป็นสัตว์นำโชค จึงมีการปั้นและวางแมวกวักไว้ตามที่ต่าง ๆ นับแต่นั้นมา

การกวักมือของแมว
กวักข้างซ้าย - คนดีๆ และ สิ่งดีๆ เข้ามาหาตัวเรา
กวักข้างขวา - โชคลาภเงินทองการงาน
กวักสองแขน - บันไช (ไชโย) ประสบความสำเร็จทุกเรื่อง

ความหมายของสีแมวนำโชค
สีขาว - โชคดี
สีแดง - การงาน ความสำเร็จ
สีทอง,สีเหลือง - เงินทองโชคลาภ
สีชมพู - ความรัก
สีดำ - ปลอดภัย รอดพ้นจากเรื่องร้ายๆๆ
สีฟ้า - สุขภาพ ความสุข
สีเขียว - การเรียน
สีม่วง - สมหวังทุกประการ

วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2551

รีบอธิษฐานบุญและเบิกบุญมาใช้กันน่ะ

ข้าพเจ้าได้รับเมลล์ข้อความดี๊ดี จากเพื่อนส่งไปให้ครับ
โดย หลวงพ่อเกษม อาจินณสีโล

หลวงพ่อท่านพบว่า เวลาคนทำทานหรือทำบุญอะไรก็ตาม จะเกิดกระแสบุญสว่างวาบรอบตัวผู้ทำบุญหรือทำทานนั้นในทันทีที่ของนั้นหลุดจากมือเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ แล้วภายใน 3 วินาที ไม่เกิน 5 วินาที กระแสบุญนั้นจะรวมตัวแล้วพุ่งขึ้นไปปรากฎอยู่บนสวรรค์ (ข้อความตรงนี้แหละครับ ที่ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกดี และตั้งมั่นอยู่ในบุญและทำบุญทำทานตลอดเวลา ทำให้ได้กำลังใจในการทำบุญทำทาน อย่างประหลาด เพราะรู้ที่มาที่ไปของการทำบุญ ในแง่หนึ่งครับ)

ทีนี้พอเราทำบุญหรือทำทานไปแล้วสักพัก จึงค่อยมากรวดน้ำอุทิศให้ ผู้รับจึงไม่ได้รับ หรือได้รับก็น้อยมากๆ
ท่านจึงสอนว่า พอของที่เราจะทำบุญหลุดจากมือเราปุ๊บ ให้อธิษฐานในใจเลยทันทีว่า ขอให้ทาน (หรือบุญ) นี้ จงถึงแก่.......ให้เจาะจงลงไปครับ ถ้าระบุว่า สรรพสัตว์ทั้งหลาย ผู้ที่มีฤทธิ์อำนาจมากจะมาอธิษฐานรับเอาบุญนั้นไปหมด พวกที่อยู่ต่ำลงมา เช่น ผี ปิศาจ เปรต อสุรกาย นาค ครุฑ คนธรรภ์ กุมภัณฑ์ ยักษ์ เทวดาชั้นต่ำๆ จะไม่ได้รับ (เพราะกลุ่มนี้จะอยู่ใกล้ชิดเรามาก มีผลกระทบกับพวกเราได้ง่ายและมาก ที่เคยเป็นญาติ นายเวรเราก็มาก รอรับบุญเราอยู่และรอตามอาฆาตเราอยู่ก็มาก) เราจึงควรจะอุทิศให้พวกนี้มากๆ
ทีนี้เวลาที่เราจะขอเบิกบุญที่เราได้เคยทำไว้ ท่านได้ทดสอบดูแล้ว ให้ผู้จะเบิกบุญนึกอธิษฐานในใจว่า ขอให้บุญที่ข้าพเจ้าเคยทำมา จงมาถึงแก่.......ปรากฎว่า ไม่มีกระแสใดๆมาเลย ท่านเลยให้นึกใหม่ว่า "ขออำนาจคุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์จงบันดาลให้บุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้เคยทำมา จงมาถึงแก่.......ปรากฎว่า กระแสบุญในสวรรค์กระเทือนแล้วแบ่งส่วนลงมาไปถึงผู้ที่เราอุทิศให้จริงๆ และได้รับผลบุญนั้นจริงๆ เช่น จากเปรต (สมมุตอุทิศให้เปรตที่เคยเป็นญาติ) ที่เนื้อหนังเปื่อยเน่ารับทุกขเวทนา ก็กลายสภาพเป็นวิญญาณผีที่สมบูรณ์เหมือนคนปกติได้ พ้นจากภูมิเปรต ทันที ดังนี้"เหตุที่ให้นึกอธิษฐานในใจก็เพราะกระแสนึกคิดไปได้ไกลมาก ยิ่งสมาธิดีๆนิ่งๆ กระแสจะยิ่งไปไกลทั่วทั้ง 3 ภูมิได้เลย เชื่อไม่เชื่อก็รับฟังไว้ก่อนนะครับ ลองพิจารณาดู อย่าเพิ่งปรามาส ท่านที่สามารถสัมผัสภูมิอื่นๆได้ลองทำดูครับ ว่าเป็นจริงอย่างที่หลวงพ่อสอนนี้หรือไม่ ได้เรื่องอย่างไรกรุณาแจ้งให้ทราบด้วยครับ เพราะผมเองก็ยังสัมผัสไม่ได้ เพียงแต่ลองทำแล้วรู้สึกคล่องตัวขึ้นครับ

ถามว่าถ้าเบิกบุญมาเรื่อยๆ บุญจะหมดไหม หลวงพ่อบอกว่ายังไงก็ไม่หมด เพราะผลของบุญเพียงครั้งเดียวก็ออกมากหลายเท่าในโลกทิพย์จนถึงขั้นไม่มีประมาณ ถ้าทำกับพระอริยะ นอกจากนี้ทำกับพ่อแม่ก็ได้ผลบุญมากๆๆเช่นกัน
(ความคิดเห็นส่วนตัวของผม ในบุญกิริยาวัตถุ 10 ประการ ระบุไว้ในข้อหนึ่งว่า บุญสำเร็จได้ด้วยการแบ่งส่วนบุญให้แก่ผู้อื่น หมายความว่า ในขณะที่เราเบิกบุญมาให้ผู้อื่นนั้น ในขณะเดียวกันเราก็กลับได้บุญมาอีกทอดหนึ่ง ดังนั้นยิ่งอุทิศก็ยิ่งได้ครับ)

ต้องขอขอบคุณ เจ้าของ Mail ต้นฉบับ ครับ

วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ประชาสัมพันธ์การกุศล ..ร่วมด้วยช่วยกัน....2

มูลนิธิโรคข้อในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์กรสาธารณะกุศล ที่ดำเนินกิจกรรมให้ความรู้โรคข้อและกระดูกแก่ประชาชนเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขทั้งตัวเองและคนรอบข้าง มูลนิธิโรคข้อฯ จะจัดงานวัน โรคข้อสากลปี 2551 ในวันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม 2551 เวลา 07.30-15.30น. ณ ห้องประชุม อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้นที่ 11- 12 โรงพยาบาลราชวิถี มูลนิธิโรคข้อฯ จึงขอความกรุณาให้ช่วยออกข่าวประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมกิจกรรม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ในงานมีบริการตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก และร่วมเล่นเกมส์เพื่อรับของรางวัลมากมาย สำรองที่นั่งได้ที่หมายเลข 02-665-4620-1

I am Jent : My life style Blog

Thailand

เกมส์ มันส์..มันส์..